GREENWAVE
ARTIST INTERVIEW
คนแบบมนเป็นยังไงคะ
มน : คนแบบมน...เอ่อ เป็นยังไงคะ ...คนรอบตัวก็ไม่กล้าพูด เป็นคงตรงๆ
ง่ายๆ อาจจะใจร้อน  ใจร้อนหมายถึงแบบ เอาเลยๆ เวลามีงานอะไรมา อย่างงี้ดีมั้ย อย่างดีมั้ย เออออ...ลุย 
แล้วก็เป็นคนชอบความจริงใจ



 
Life style ในแบบมน ใช้ชีวิตแบบไหนคะ
มน : ง่ายมากเลยอ่ะ ไลฟ์สไตล์แบบง่ายจริงๆ แต่ก็แอคทีฟ มันก็จะมีวันที่เราแอคทีฟ แล้วก็แบ่งเวลากับวันที่เราทิ้งร่าง...แล้วไม่ทำอะไรเลย มีทั้ง 2 แบบค่ะ 
 

เที่ยวแบบมน 
มน : เป็นคนชอบธรรมชาติ ถ้าจะไปเที่ยวกับสามีก็จะไปเดินเขา ไปดูธรรมชาติ ถ้าไปเมืองก็จะอยู่แค่ 1 วัน นอกนั้นก็ออกไปข้างนอกเมือง  คือเราชอบอยู่กับธรรมชาติมากกว่าเมืองค่ะ  
 

กินแบบไหนคะ  
มน : กินง่าย คือเราเป็นคนกินง่ายมากจริงๆ ค่ะ  บางอย่างเราบอกอร่อย แต่คนอื่นบอกไม่อร่อย ( ฮ่าๆ ) 
ก็คือเราง่ายจริงๆ เมื่อก่อนอาจจะเคยอยู่หอไงคะ  โดนบังคับให้กิน พอเราโตมาวันนี้เราเลยรู้สึกว่ากินอะไรก็ได้แล้ว  :) 
 

เวลาเราเจอเรื่องลบๆ เรื่องเศร้า เราสร้างพลังบวกให้กับตัวเองยังไงบ้าง
มน : ก็พยายามรับแต่พลังบวกนะคะ  ไม่อ่านหรือว่าไม่เสพอะไรที่มันบั่นทอนใจเราในช่วงนั้น  เพราะบางทียิ่งเราไปอ่าน ไปดู ไปหมกมุ่นอยู่กับมัน  มันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลยค่ะ   มันมีแต่จะทำให้เราจมอยู่กับความทุกข์  เวลาที่เราเป็นแบบนี้  เราเลยหาเพลงดีๆ ฟังดีกว่า  เป็นการสร้างกำลังใจให้ตัวเอง คุยกับเพื่อนดีๆ เพื่อนที่ให้พลังบวกกับเรา อย่างเพื่อนสนิท ซึ่งเวลาเราคุยเราก็ได้รับพลังดีๆจากเพื่อนมาเยอะพอสมควรค่ะ  
 

เพลงสร้างพลังบวกของ MON MONIK  
มน : จริงๆ มีหลายเพลงนะคะ  แต่ว่าอย่างเพลงพี่แว่นใหญ่ก็ช่วยได้เยอะนะ
อย่างเพลงความจริง / บอกตัวเอง คือเหมือนกับว่ามันเป็นเพลงช้าก็จริง แต่ว่าพอฟังแล้วมันปลุกพลังในตัวเรา “อย่าลืมความจริง”  เพลงนี้มันทำให้เรารู้สึกว่า เราควรจะออกจากสิ่งเดิมๆ สิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ  แล้วเราก็ควรจะลุกออกมาทำอะไรที่ทำให้เราก้าวไปสู่สิ่งดีๆ ในอนาคตค่ะ 
 
 
 
ความจริง / Room39 
 
 
 
บอกตัวเอง / Room 39 

 
 
 
เพลงเจ็บจนพอ ของแว่นใหญ่ ส่วนนึงก็คือการที่แว่นใหญ่ได้คุยกับมน จึงออกมาเป็นเพลงนี้  
มน : คือวันนั้นตอนที่คุยกับพี่แว่นใหญ่  มันเหมือนจูนกันมากกว่าค่ะ  ด้วยความที่พี่แว่นใหญ่เค้าก็เริ่มมาด้วยประโยคที่ว่า  เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ็บจนพอ อะไรประมาณนี้นะคะ  เราก็บอกว่า ใช่ !!!พี่ ทำไมฟีลเดียวกันเลย  เพราะว่าช่วงนี้หนูก็รู้สึกว่า คนเราจะเจ็บให้คนๆ เดียวเนี่ยได้กี่ครั้ง  คือถ้าเรานึกภาพหัวใจเรานะพี่  หัวใจเราเนี่ยมีอยู่ดวงเดียวนะ  และคนๆ เดียวนี่แหละ เค้าเอาเข็มมาทิ่มๆๆๆ จนเรารู้สึกว่ามันพรุนไปหมดแล้ว  มันไม่มีพื้นที่ให้เจ็บอีกต่อไปแล้ว  เพราะฉะนั้นเราควรพอไหม ?  แล้วเผอิญว่า ดันไปตรงกับฟีลลิ่งพี่แว่นใหญ่ตอนนั้นพอดีค่ะ  ก็เลยออกมาเป็นเพลง "เจ็บจนพอ"  แล้วอะไรรู้ไหมคะ  ตี 5  พี่แว่นใหญ่ส่งเพลงมา บอกว่าเสร็จแล้ว  คือ คุยกันเสร็จพี่เค้าก็ไปแต่งกลางคืนเลย !!!  
 

ส่วนเพลงตัวเอง "ถ้าไม่เจอเธอ" เพลงบวกของ MON MONIK 
มน : ถ้าไม่เจอเธอ...บวกเพราะว่า เหมือนเวลาที่เราเล่นคอนเสิร์ตจริงๆค่ะ  เราจะบวกมาก  เราต้องการมอบความสุขให้ทุกคน เราจะกระโดด เราจะบ้าบอของเรา ทีนี้ด้วยความที่อยากให้มีเพลงเร็วในโชว์เรา ก็เลยเอาเพลงนี้  มาทำเป็นซิงเกิ้ลดู ซึ่งพี่แว่นใหญ่เคยแต่งไว้ค่ะ  เนื้อหาในเพลง เป็นเรื่องของรุ่นพี่เค้าคนนึงค่ะ พอเราได้ฟัง  เรารู้สึกว่า เราชอบเพลงนี้ค่ะ  เราอยากร้อง เพราะว่ามันค่อนข้างเป็นแบบป๊อบร็อค เราชอบสไตล์นี้   เพลงนี้เลยเป็นเพลงที่ค่อนข้างมีความเป็นตัวเราสูงค่ะ และเนื้อเรื่อง  มันก็ค่อนข้างจะตรงกับเรามากเหมือนกันนะคะ   เพราะว่าเราเอง ก่อนหน้านี่้  ไม่เคยคบใครเลย มา 4-5 ปีไม่คบใครเลยจริงๆ ค่ะ  จนเราเห็นเพื่อนๆ
แต่ละคน มีคู่กันไปหมดแล้ว เราก็เริ่มรู้สึก เฮ้ย !! ที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้  เพราะเราไม่เปิดใจ หรือเพราะเราไม่ทลายกำแพงหรือเปล่า  มันเลยตรงกับเนื้อเพลงที่ว่า เออ..พอวันนึงที่เราเริ่มออกมาจากกำแพงนั้น ทลายออกมา เราก็ได้เจอคนดีๆ จริงๆ ซึ่งเราก็คิดว่า ..การที่เราให้โอกาสตัวเองในวันนั้น เป็นการเลือกที่ถูกต้องค่ะ  
 
 
ถ้าไม่เจอเธอ / MON  MONIK  
 

 
 
แล้วอีกเพลงนึง ซึ่งตรงกันข้ามเลย  "ตั้งแต่ " 
มน :  "ตั้งแต่"  เป็นเพลงที่ เกี่ยวกับคนๆ นึงที่เวลาเค้ามีความรัก  คนที่เปิดรับความรักเข้ามา รับรองว่าชีวิตมันเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะว่าเราต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ มีปฏิสัมพันธ์  มีความสัมพันธ์ใหม่ๆ แล้วพอทุกอย่างมันดำเนินไป มันมีความลึกซึ้ง มีการ DEVELOPE ความสัมพันธ์ จนเราคิดว่า เฮ้ย !! คนนี้แหละ ใช่  เป็นคน ที่เราต้องการใช้ชีวิตอยู่ด้วย  แต่พอวันนึงมันไม่ใช่ การที่เค้าเดินออกจากชีวิตเราไป  มันก็ทำให้ 
ชีวิตเรา ไม่เหมือนเดิมอีกเลยเหมือนกันค่ะ 
 
 
 
ตั้งแต่ / MON MONIK 
 
 

 

เชื่อว่ามีคนที่อยู่ในอารมณ์นี้เหมือนกัน ตั้งแต่สูญเสียคนที่ตัวเองรัก  ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย เราอยากสร้างพลังบวกให้กับคนที่เค้ายังติดอยู่กับอดีตแบบนี้ยังไงบ้างคะ 
มน : โอ้โห..คือเราเคยคุยกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้านะคะ  แล้วเค้าก็ค่อนข้างที่จะดีขึ้นแล้ว  แต่ว่าเค้าใช้เวลาในการรักษานานมากนะคะ กว่าที่ตัวเค้าจะบอกว่าเค้าดีขึ้น  คือต้องบอกว่าเรายอมรับ ใจของคนที่ประสบเรื่องพวกนี้เลยค่ะ  เราคิดว่าเค้าคงต้องการพลังใจมากๆ ทั้งจากเพื่อนๆ จากครอบครัว แล้วบางทีเค้าอาจจะโฟกัสไปที่งานด้วย   อาจจะเปลี่ยนมาทำอะไรใหม่ๆ   แต่เราคิดว่า ทั้งหมดทั้งมวลใน Process นี้ 
เวลามันจะช่วยให้ดีขึ้น กำลังใจที่ดีจะทำให้รู้สึกดีขึ้น แล้วก็พยายามอย่าเอาตัวเองที่จมอยู่แล้ว จมลงไปอีก พยายามเอาตัวเองขึ้นมาให้ได้นะคะ  เพราะทุกอย่าง ที่มันผ่านเข้ามา ใช่ว่ามันไม่ดี  เพียงแต่ว่าพอมันผ่านไป  เราแค่ต้องเรียนรู้มัน เหมือนเป็นบทเรียนให้กับเรา  แล้วบางทีเราทำอะไรไม่ได้กับสิ่งเหล่านั้น  กับธรรมชาติ หรือกับอะไรก็ตาม ที่เราเองคอนโทรลไม่ได้ แต่สิ่งที่เราคอนโทรลได้ก็คือใจเราเองค่ะ 
ตัวเราเอง  เพราะฉะนั้นยกตัวเองขึ้นมา ยกใจขึ้นมา แล้วเดินหน้าต่อ  เอาบทเรียนนั้นๆ มาทำเป็นเส้นทาง ให้ตัวเอง มีอนาคตที่ดีกว่าค่ะ
 
 
ขอบคุณ " HOLY FOX"  
ขอบคุณ " MON MONIK"  
กับความน่ารัก สดใส  และ ชีวิตที่เรียบง่าย 
ที่ทำให้เราได้รู้จัก โลกบวกในแบบของมน 
 
และ ความน่ารัก มีน้ำใจ อีกอย่างหนึ่งของ มน ก็คือ การทำโปรเจกต์  
"สอนวิธีปลูกผักออแกร์นิกส์ "ให้กับเด็กบนดอย 
"โรงเรียนบ้านแม่แดดน้อย"  อำเภอ กัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่
 
ติดตามชีวิต  MON MONIK ได้ที่ 
 
FB FANPAGE  :  Mon Monik 
                 IG    : monikmackitty 
 
 
 
 
 
 Content  Creator
- KARUPREEYA- 
ผู้ที่กำลังศึกษาชีวิตตัวเองและผู้อื่น  
 
 

RELATED ARTIST INTERVIEW
GREENWAVE