GREENWAVE
ARTIST INTERVIEW
เมื่อพูดถึงชื่อ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล หลายคนคงมีภาพของชายหนุ่ม หน้าไทย ในลุคลุย ๆ คนเดียวกัน
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือบทบาทในชีวิตของเค้าที่แต่ละคนรู้จัก
บางคนรู้จักเค้าในฐานะคนที่ชอบความท้าทาย, คนที่ชอบเขียนหนังสือ, คนที่ชอบเล่นดนตรี, คนที่ชอบทำเพื่อสังคม,
คนที่มีแนวคิดประหลาดจากวัยรุ่นทั่วไป แต่ไม่ว่าจะคนไหน ก็คือเค้า...คนเดียวกัน

365 วันใน 1 ปี กว่า 20 ปีในแวดวงที่เป็นที่รู้จัก ผู้ชายคนนี้ผ่านมาหลายบทบาทในชีวิต
ทั้งนักคิด, นักเขียน, นักดนตรี, นักแสดง, นักเดินทาง, นักอนุรักษ์ หรือแม้แต่ นักดำน้ำ!
แล้วแต่ละวันในแต่ละบทบาทของเค้า สอนอะไรเค้าบ้าง? มาทำความรู้จักเค้าผ่านวันต่าง ๆ ในชีวิตกัน
 
 
 นักดนตรี 
 
วันที่ได้รับรางวัลในฐานะนักดนตรีเรียกว่าวันที่ประสบความสำเร็จแล้ว
(หัวเราะ) มองย้อนกลับไปวันนั้นถามว่าประสบความสำเร็จมั้ย ถ้าเอามาตรวัดทั่วไป ก็ตอบได้ชัดเจนว่าไม่นะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าถ้าเอามาตรวัดตัวเองมาวัดในยามแก่แล้วกลับไปดูก็ต้องตอบว่าไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน เพราะว่าตอนนั้นเล่นดนตรีแล้วเครียด เล่นแล้วรู้สึกแบบมี Expectation เยอะนะครับ เล่นแล้วก็ไม่ได้มีความสุขอะไร พอแก่มา ตอนนี้อายุ 35 แล้วเนี่ย กลายเป็นว่านั่งเล่นให้หมาฟังอยู่ที่บ้าน นั่งซ้อมอยู่คนเดียวก็แฮปปี้แล้วนะครับ รู้สึกว่ายังประสบความสำเร็จด้านดนตรีมากกว่าอีก เพราะว่าเราเจอความสุขกับดนตรีแล้วครับ

วันที่ต้องตัดสินใจสิ้นสุดวงดนตรี
ประมาณเกือบ 10 ปีที่แล้วนะฮะ ตอนแรกโกรธมากครับ ทั้งโกรธคนอื่น โกรธโลก ตอนนั้นไม่กล้าไปคอนเสิร์ตเลย ไปแล้วอิจฉาชาวบ้าน หรือไม่ก็เครียด รู้สึกแบบ ทำไมไม่ได้ทำต่อ แต่ว่ายิ่งอายุมากขึ้นก็เรียนรู้ความรู้สึกพวกนั้น แล้วก็เก็บมาเป็นบทเรียน แล้วมาถึงตอนนี้ อายุ 35 แล้ว ก็เรียกว่าไม่ได้ค้างคาใจอะไร อย่างน้อยความโกรธตรงนั้นมันเป็นอาการระยะสั้น แต่อาการระยะยาวคือเราจบหน้านั้นของชีวิตได้อย่างไม่มีอะไรค้างคา เพราะเราทำเต็มที่แล้ว แล้วเราไม่ใช่คนที่เดินออกมา แต่ว่าการเลิกตรงนั้นมันมาจากปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้หลาย ๆ อย่าง ซึ่งยิ่งแก่ไปก็ยิ่งเข้าใจว่าคนอื่นเขามีเงื่อนไขชีวิตยังไงบ้าง

วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักดนตรี" สอนอะไรคุณ
ตอนที่เป็นนักดนตรี สิ่งที่สอนเรามากที่สุดก็คือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข คือการเล่นดนตรีเนี่ย พยามอย่าไปทำแล้วคาดหวังอะไรกับมันเยอะ ทำแล้วอย่าไปคิดว่ามันต้องดัง ต้องคนฟังเยอะ ซึ่งแน่นอนมันก็เป็นเรื่องที่วางใจได้ลำบาก วางใจได้ยาก แต่ว่าการที่ได้ผ่านตรงนั้นมาของเราเนี่ย มันก็ทำให้เราเรียนรู้ หลังจากนั้นมาพอเราทำอะไรก็ตามแต่ เราจะไม่ได้เริ่มต้นจากความคาดหวังอะไรพวกนี้เลย จะเริ่มจากคำว่าการได้ทำมันก็แฮปปี้พออยู่แล้ว แล้วสิ่งที่ตามมาทั้งหมด มันเป็นกำไรที่เหลือ ซึ่งก็นำมาซึ่งความสำเร็จได้บางทางบางแบบ ในสิ่งต่าง ๆ ที่ทำมาหลังจากนั้นครับ
 
 
 นักแสดง 

วันที่ตัดสินใจรับงานแสดง เพราะหลงใหลหรือแค่อยากลองอะไรใหม่ ๆ
ที่ลองไปแสดงนี่จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นนักแสดงนะฮะ แต่ว่าก็เป็นบทเดียวในชีวิตที่มีคนเคย Offer มา แล้วก็เป็นบทเดียวที่เคยเล่นในหนังใหญ่นะครับ ก็สนุกดี อยากลองอะไรใหม่ ๆ เฉย ๆ

วันที่เห็นคนอื่นแสดงกับวันที่ต้องมาแสดงเอง
ตอนเห็นคนอื่นแสดงทุกอย่างมันก็ดูแบบ ทำไมไม่ทำอย่างโน้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ไปหมดนะครับ แต่พอมาทำเอง แน่นอนครับ มันยากกว่าที่คุณเห็นเยอะครับ
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักแสดง" สอนอะไรคุณ
ผมคิดว่าผมไม่เคยมีวันที่ได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงนะ (หัวเราะ) เราแค่เป็นนักท่องเที่ยวที่ไปดูกองถ่ายมาเท่านั้น แล้วเผอิญติดกล้องมาด้วย เรียกอย่างนี้นะครับ ก็สอนผมอย่างเดียวคือสนุกดีครับการทำหนัง แต่ว่าไม่ได้ยึดเป็นอาชีพอะไรครับ
 
 
 นักเขียน 

วันที่เป็นนักเขียนกับความกดดันในฐานะลูกของนักเขียนรางวัลซีไรต์
ตอนแรก ๆ ก็ย่อมมีครับ ในการเขียนหนังสือแล้วเป็นการเดินตามรอยพ่อรอยแม่นิดหน่อย แต่ว่ายิ่งเวลาผ่านไป สิ่งตรงนั้นก็ละลายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นครับ
 
วันที่หนังสือแต่ละเล่มวางแผงกับความคาดหวังที่มากขึ้น
เดี๋ยวนี้เราค่อนข้างรู้แล้วว่าอะไรจะขายดีอะไรจะขายไม่ดี บางเล่มเรารู้ตัวเลยว่าอันนี้ขายดีแน่นอน บางเล่มเราก็รู้ว่าอันนี้ขายไม่ดีหรอก ก็เรียกได้ว่าปรับความคาดหวังตรงกับความเป็นจริง แล้วส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แล้วเราก็ไม่ได้มีความทุกข์ความร้อนอะไรกับมัน เพราะเราก็เอ็นจอยกับมันตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนไปแล้ว
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักเขียน" สอนอะไรคุณ
ได้รู้ว่าการอยู่กับความคิดตัวเองเป็นเรื่องสนุกครับ
 

 
 นักคิด 
 
วันที่ความคิดที่คุณหวังกับความจริงที่มันเป็น ไม่เหมือนกัน
จริง ๆ แล้วทุกคนก็คงเจอหมดครับวันที่คิดกับวันที่หวังมันไม่เหมือนกัน เพียงแค่เรามีโอกาสพูดออกสื่อบ่อยเราก็สรุปมันมาเป็นบทเรียน แล้วก็เอามาพูดต่อให้คนอื่นฟัง บางทีก็เห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่ก็เป็นบทเรียนที่ส่งต่อกันได้
 
วันที่ความคิดของคุณไม่มีคนเห็นพ้องต้องคุณ
ยิ่งพูดแล้วไม่มีคนเห็นด้วยก็เป็นโอกาสดีในการวิเคราะห์ตัวเองว่ามีความบกพร่องในกระบวนความคิดตรงไหนหรือเปล่านะครับ แล้วก็กระบวนการณ์วิจารณ์และสะท้อนตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีตลอดในคนที่จะพูดอะไรพวกนี้ออกไปต่อสังคมเรื่อย ๆ
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักคิด" สอนอะไรคุณ
ก็คงสอนว่าจริง ๆ แล้วนักคิดมันไม่มีอยู่บนโลกหรอกครับ เพราะทุกคนก็คิดหมดทั้งนั้น เพียงแค่คิดแล้วมีโอกาสได้พูดมันออกไปสู่คนหมู่มากหรือเปล่า แล้วก็สังคมก็จะเป็นคนตัดสินเองว่าสิ่งที่คุณคิดมันมีคุณค่า มีอะไรให้น่าสนใจหรือเปล่า
 
 
 นักอนุรักษ์ 
 
วันที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาบอกทุกคนว่าโลกนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลง
มันไม่ได้มีวันใดวันหนึ่งนะครับ แค่จากการเดินทางมาตลอด 10 ปี เราเห็นจริง ๆ ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ใหญ่ ใหญ่กว่าปัญหาของสังคมมนุษย์ไปไกลมาก แล้วก็เวลาที่เราจะเปลี่ยนแปลงก็น้อยลงมาทุกทีแล้ว และก็มองเห็นตัวเองว่าอยู่ในจุดที่ได้เห็นอะไรมาเยอะ แล้วสิ่งที่เราอยากจะบอกก็เป็นเรื่องสำคัญต่อคนจำนวนมาก ก็เลยเลือกตัดสินใจมาทำตรงนี้ครับ
 
วันที่ท้อเมื่อเสียงของเรายังไม่ดังพอที่จะไปถึงทุกคน
ถามว่าท้อมั้ย คือผมเพิ่งเริ่มต้นมาไม่นานนะครับ ในทางสิ่งแวดล้อมเนี่ย ทำให้ยังไม่ถึงจุดท้อ ถ้าจะมีความท้อน่าจะเป็นพวกพี่ ๆ ที่เขาอยู่ในวงการนี้มาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วมากกว่านะครับ ก็ส่งกำลังใจไปให้ทุกคน ผมขอรับไม้ต่อมาแล้วทำไปจนกว่าจะท้อ แล้วเอาไฟส่งต่อให้เด็กรุ่นต่อไปเรื่อย ๆ ครับ
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักอนุรักษ์" สอนอะไรคุณ
คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์นะครับ เพียงแค่ได้สอนเราว่าเรื่องของโลกน่าสนใจมาก การเรียนรู้เรื่องที่ใหญ่กว่ามนุษย์ออกไป จริง ๆ แล้วมันทำให้เราเห็นตัวเองเล็กลง ในเชิงวิทยาศาสตร์เชิงคอนเทนต์ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
 
 
 นักดำน้ำ 
 
วันที่มีโอกาสได้สัมผัสโลกใต้ท้องทะเลเป็นครั้งแรก
โอ้! มันมหัศจรรย์มากเลยนะครับโลกใต้ท้องทะเล ตอนแรกเราก็ไม่เคยดำมาก่อน Dive แรกที่ลงไปเนี่ยมีแต่พื้นทรายอย่างเดียว ไม่มีปะการังเลย แต่กลับ อู้อ่ามากนะครับ แล้วหลังจากนั้นก็ได้เห็นอะไรที่เจ๋งขึ้นเรื่อย ๆ สวยงามขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ยิ่งไปศึกษามายิ่งได้เข้าใจว่าทั้งหมดนี้เชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศยังไง ก็ยิ่งเข้าใจความมหัศจรรย์ของมัน
 
วันที่รู้ว่าน้ำทะเลที่คุณหลงใหลกำลังจะเปลี่ยนไปเพราะน้ำมือมนุษย์
ผมเป็นคนเปลี่ยนเรื่องปัญหาของโลกให้กลายเป็นพลังในการทำงานนะครับ ยิ่งเข้าใจปัญหามากขึ้นก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นว่าเราต้องเอาเรื่องอะไรไปเล่าให้คนอื่นเค้าฟัง เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมาจากการพยายามผลักดันตัวเองให้ศึกษาเรื่องนี้จนเข้าใจมากพอที่จะคุยกับคนอื่นรู้เรื่องครับ
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักดำน้ำ" สอนอะไรคุณ
การดำน้ำสอนให้เราใจเย็นครับ แล้วก็สอนให้เราใส่ใจกับรายละเอียดของหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของปะการัง ของระบบนิเวศที่เห็นตรงหน้า ไปจนกระทั่งรายละเอียดของอุปกรณ์ทุกอย่างที่เราต้องใส่ใจดูแลตลอดเวลา ทั้งในเชิงการถ่ายทำ ทั้งในเชิงการหายใจ เพราะว่าทุกอย่างหมายถึงชีวิตหมดทั้งสิ้น
 
 
 นักเดินทาง 

วันที่ตัดสินใจตัดคำว่า Safe Zone ออกจากชีวิตและทำอะไรเถื่อน ๆ
วันที่ตัดสินใจทำอะไรเถื่อน ๆ ตัดสินใจทำเถื่อนทราเวลเนี่ย ก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่แน่ใจที่สุดในตอนนั้นนะครับ ว่าควรจะทำดีมั้ย แต่มองย้อนกลับไปก็เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดเหมือนกัน เพราะมันก็เป็นแรงผลักดันให้เรามาถึงทุกวันนี้ต่อไปครับ
 
วันที่ถ่ายทำเทปที่เถื่อนที่สุดในชีวิตเสร็จ มันบอกอะไรคุณ
การทำเถื่อนมันทำให้เราเผชิญกับหลาย ๆ อย่าง ทั้งความกลัว กลัวตาย ทั้งความเหนื่อย อย่างไม่เคยเหนื่อยมาก่อน จนไปถึงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ และสงสาร และสิ้นหวังกับความทุกข์ของมนุษย์จำนวนมากบนโลกนี้นะครับ ทั้งหมดทั้งมวลมันก็เป็นบทเรียนที่ต่างกันไปครับ และเชื่อว่าทุกคนก็คงได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกันในบทเรียนที่ต่างกันไป ในบริบทที่ต่างกันไปในชีวิต
 
วันที่ได้ชื่อว่าเป็น "นักเดินทาง" สอนอะไรคุณ
สอนเราว่าโลกใบนี้มันใหญ่จริง ๆ แล้วก็โลกใบนี้ไม่ใช่ของมนุษย์อย่างเดียว มันเป็นโลกของอีกสรรพสิ่งมากมายหลายอย่าง เราได้ยินคำพูดเสมอว่ามนุษย์เป็นฝุ่นละอองในจักรวาล เป็นส่วนเล็ก ๆ ของโลกแค่นั้นแหละ แต่การเดินทางทำให้เรารู้สึกสิ่งเหล่านี้ในหัวใจเราจริง ๆ ครับ
 
 
ชีวิตในแต่ละวันที่ผ่านมาได้สอนอะไรคุณบ้าง
ยากจัง ชีวิตมันมีโจทย์ใหม่มาให้ทุกวันครับ ผมก็แค่รู้สึกว่าทุกวันถ้าเราตื่นนอนมาจนกลับไปนอน เราฉลาดกว่าเดิมซักนิดนึง ก็เป็นวันที่คุ้มค่าแล้วครับ
 
จนถึงวันนี้ "วรรณสิงห์" เป็นนักอะไร
จริง ๆ วรรณสิงห์เป็นนักเดิมมาตลอดนะครับ คือนักค้นหา ทีนี้ค้นหาแล้วไปออกในทางไหนเนี่ยก็เป็นโจทย์ที่เรายังตื่นเต้นกับตัวเองตลอด เพราะเราไม่เคยรู้เลยว่าเราจะทำอะไรต่อ เราฟังเสียงในหัวใจตัวเราเอง แล้วเดี๋ยวมันจะบอกเราเองว่าเราอยากทำอะไรต่อ
 
ในอีกหลายหมื่นวันข้างหน้า คุณเห็นคุณเป็นยังไง
ผมไม่มีวันรู้เลยครับจนกว่าจะถึงวันนั้น เพราะว่าผมไม่เคยตั้งความคาดหวังว่าผมต้องเป็นยังไง ผมรู้แค่ว่าผมจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกข้างในที่สุด
 
 
ขอบคุณภาพจาก IG @Wannasingh
RELATED ARTIST INTERVIEW
GREENWAVE