ARTIST INTERVIEW
 
อะไรที่เรียกว่า เป็นงานอดิเรก ของรุจ?
รุจ ศุภรุจ :   จริงๆ งานอดิเรกมันก็เยอะเนอะ  แต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน  แต่ว่าอย่างของผมเนี่ย  แต่ละช่วงอายุ
ก็จะไม่เหมือนกัน  อย่างสมัยเด็กๆ ก็จะชอบเล่นเกม โตขึ้นมาก็จะชอบออกไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย  แต่พอมา
ช่วงหลัง เราเริ่มโตขึ้น  เราเริ่มท่องเที่ยวมากขึ้น  ก็เลยเริ่มหันมาสนใจการถ่ายภาพมากขึ้น ก็เลยเป็นเรื่องของ
การถ่ายภาพครับ   แต่จริงๆ ผมเชื่อว่า งานอดิเรกนี่ต้องเป็นความชอบด้วยนะ คือ ต้องทำแล้วสนุกทำแล้ว
มีความสุข ทำแล้วอยากทำต่อ  และก็จะพยายามทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ  เหมือนเราเล่นกีฬาอ่ะครับ ถ้าเราอยาก
เก่งขึ้น เราก็ต้องไปฝึกซ้อม  ซึ่งการถ่ายภาพก็เหมือนกัน  จะเป็นวิธีการที่เราพยายามฝึกฝนการถ่ายภาพ
ไปออกทริป หาเทคนิคการถ่ายภาพ ทำให้สุดท้ายแล้วเราจะถ่ายภาพได้ดีขึ้นเรื่อยๆ


แล้วเทคนิคการถ่ายภาพ ของ”รุจ” คืออะไร?
รุจ  ศุภรุจ : จริงๆ ก็เหมือนคนทั่วๆไปที่เค้าใช้กัน เป็นเทคนิคสากลทั่วไป เช่น  ศึกษาจาก 2  อาจารย์  ๆ“ยู”
และ อาจารย์ “ กู  “อาจารย์ Youtube และ อาจารย์ Google   คือ  ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมันเยอะมาก เรา
สามารถ Search พวกนี้ได้ตลอดเวลา อยู่ที่ว่า เรามีความขยันพอหรือเปล่า  แล้วชอบมันไหมมากกว่า

รูปถ่ายใบไหน ที่มีความทรงจำกับเรามากที่สุด? 
รุจ ศุภรุจ : โห ! จริงๆ ก็เยอะนะ แต่ถ้าให้เลือกสักรูปนึงก็คง เป็นรูปที่เราต้องใช้เวลาแล้วก็ใช้ความพยายาม
กับมันเยอะ  วิธีการถ่ายภาพบางรูปเนี่ย มันอาจจะใช้เวลาแป๊ปเดียว บางรูปอาจต้องไปรอ 3-4 ชั่วโมง 
บางรูปต้องไปยืนต่อแถว ท่ามกลางอากาศแบบติดลบ เพื่อที่จะถ่ายภาพ ซึ่งจริงๆ ก็พอมีอยู่บ้าง จริง ๆ
มีทริปหนึ่ง คือ ผมเป็นแฟนคลับของภูเขาไฟฟูจิ  เป็นคนชอบฟูจิมาก แล้วก็จะเป็นคนชอบเดินทาง ขับรถ
จริงๆ บางทริปไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ขับรถรอบฟูจิ เพื่อที่จะหามุมขึ้นเขาไปถ่ายภาพ  มีอยู่ทริปหนึ่ง ผมก็
ขับรถเพื่อที่จะไปถ่ายแสงเช้า บนภูเขาลูกหนึ่ง ต้องออกจากที่พักประมาณตี 2 เพราะที่ญี่ปุ่น พระอาทิตย์ขึ้น
ตี 4: 45 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง  ไปถึงที่ตรงนั้น พอไปถึงปุ๊ป ก็ต้องขับขึ้นเขา ซึ่งทางขึ้นเขาก็แบบน่ากลัว
เพราะมันก็จะเป็นทางแบบคดเคี้ยว แล้วพอขึ้นไปถึงสุดทางปุ๊ป เราก็ต้องเดินเขาขึ้นไปต่ออีก  สักครึ่งชั่วโมง 
มันก็จะมืดๆหน่อย เพื่อไปรอแสงแรกของวันตรงนั้น ซึ่งภาพที่ได้ มันก็เป็นภาพแบบที่เราชอบด้วย เพราะเรา
พยายามกับมันสูง ก็เป็นภาพที่มีแสงอาทิตย์ขึ้น และก็มีดวงจันทร์อยู่ด้วย


เราได้อะไรจากการเดินทาง? 
รุจ  ศุภรุจ :  ปกติผมเองเป็นคนติดบ้าน ไม่ชอบไปไหน ไม่ชอบเสียเงิน ไม่ชอบออกไปทำอะไรที่มันแปลก ๆ
แต่พอเราได้ไปเที่ยว ไปออกทริป บางทีทำให้เราได้ไปเจอวัฒนธรรมของคนอื่น อย่างไปญี่ปุ่น ตอนขึ้นเขา
ระหว่างทาง เราได้เห็น คนแก่ 2 คนเดินจับมือกันพากันขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักมาก และ
ดูอึดกว่าเรามาก เดินช้ากว่าเราแต่เดินแซงเรา บางทีเราเหนื่อยแล้ว แต่คุณลุง คุณป้าพวกนั้น แข็งแรงมาก
เลยทำให้เราเห็นว่า จริงๆ บนโลกใบนี้ มีอะไรให้เราได้ทำอีกเยอะเลย  ก็เลยรู้สึกว่า การเดินทางมันสอนเรา
ได้หลายอย่าง คือ พอเราได้เห็นโลกกว้าง มันก็ทำให้เราอยากไปเห็นอีกเรื่อยๆ  ถ้าเราอยู่บ้านเฉยๆ ก็คง
แก่ตายไปเงียบๆโดยไม่มีอะไร  การที่เราได้ออกไปถ่ายรูป มาแชร์ให้คนอื่นได้เห็นเหมือนเรา มันเป็นสิ่งที่
มีความสุข 


ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของการถ่ายภาพ?
รุจ  ศุภรุจ : แล้วแต่จังหวะ บางช่วงเราใช้เวลาแป๊ปเดียว  ทุกอย่างเป็นใจหมด บางช่วงทุกอย่างไม่เป็นใจ เราก็
ต้องไปรอ เพื่อรอถ่าย  หรือ บางรูปกว่าเราจะได้ ก็ต้องไปตั้งกล้องทิ้งไว้ทั้งคืน  นั่งเฝ้า 3 ชั่วโมง ในอากาศติดลบ
ก็ทำมาแล้ว


เวลาที่เราไม่สบายใจ เราใช้เวลาอยู่ที่ไหน? 
รุจ ศุภรุจ  :  จริงๆ มาญี่ปุ่นนี่แหละครับ สบายใจดี  แต่ถ้าจะให้บินมาทุกครั้งก็ไม่ไหว คือผมเป็นคนชอบ
อะไรเย็นๆ เพราะเวลาเราอยากให้ใจเราเย็นลง เราก็ไปที่เย็นๆ  จิตใจมันผ่อนคลาย ส่วนมากผมจะชอบไป
ทะเลสาบ ชอบที่พักติดทะเลสาบ กลางคืนก็ออกมาถ่ายดาว แล้วก็มีสถานที่นึง ที่ผมชอบไป คือ 5 ทะเลสาบ
รอบฟูจิ แต่ถ้าที่สบายใจที่สุดตอนอยู่เมืองไทย ก็คือ “บ้าน”  อยู่บ้านดีสุด เงียบ แต่ถ้าจะออกไปข้างนอก
ก็จะชอบไปอยู่ที่เงียบๆ เหมือนกัน 


หาทางออกให้กับทุกข์อย่างไร? 
รุจ ศุภรุจ  :  ส่วนใหญ่ก็จะอ่านหนังสือ  หรือ ว่านั่งดูคอมพ์ไปเรื่อยๆ ใช้เวลากับตัวเอง แต่คือ ช่วงที่ใช้เวลากับ
ตัวเองเนี่ย ก็จะเป็นช่วง ที่ได้คิดโน่นคิดนี่ไปเอง คือ อยู่เงียบๆ ตอนดึกๆ   สมุมติเรามีปัญหาในชีวิต เวลาที่เรา
นั่งคิดไปเรื่อยๆ เราจะแก้ได้เอง 


ปลายทางชีวิต ของ “ ศุภรุจ คืออะไร? 
รุจ ศุภรุจ  : คงไม่ใช่ “นิพพาน”  555  เป็นเรื่องของความสุขมากกว่า คือ จริงๆ ก็คล้ายกับนิพพาน  บางคนจะ
บอกว่า ต้องรวย  ต้องมีครอบครัวที่มั่นคง มันก็อาจจะใช่ แต่ในระดับความพอดีของมันต้องมี  อยากรวยก็มีเงิน
ในระดับนึงที่ไม่ต้องรู้สึกว่า ยากจนหรือลำบากจัง หรือ ไม่ต้องรวยมากจนกลัวใครจะมาขโมย หรือแบบ มีชีวิตที่ดี
มีครอบครัวที่ดี นี่ก็ถือว่าปกติ คือเอาง่ายๆ ทำอะไรก็ได้ที่มีความสุข และ ความตั้งใจนึง ก็คือ อยากไปเที่ยวรอบโลก
ไปถ่ายรูป สวยๆ มาเก็บไว้ ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ให้ลูกหลานเราได้ดู ว่า ป๊าเคยไปที่นี่มา ปลายทางของเรา ผมว่า
มันเป็นเรื่องความสบายใจของเรามากกว่า  แล้วก็มีความสุขด้วย 

มีเวลาก็ไปเที่ยวกันเถอะ เที่ยวแล้วเราจะได้เจอประสบการณ์ บางเรื่อง อาจไม่ได้เป๊ะอย่างที่เราคิดไว้ แต่มันจะสอน
ให้เราได้แก้สถานการณ์เฉพาะหน้า ได้หลงทางบ้าง ได้คุยกับคนแปลกหน้าบ้าง ผมว่า มันก็สนุกแล้ว...


“ หนังสือ JAPAN BEST DESTINATIONS สุดยอดจุดหมายที่คนรักญี่ปุ่นต้องไป”
เล่มนี้บอกเล่าด้วยภาพถ่าย  เหมือนเป็นแรงบันดาลใจ ให้ใครเปิดดูแล้วอาจอยากตามเราไปสร้างแรงบันดาลใจด้วยกัน  
“ จุดหมายจะสวยงามเพียงใด ก็แทบไม่มีความหมาย  หากเราชื่นชมมันอยู่เพียงแค่ลำพัง - รุจ ศุภรุจ”
...พร้อมออกเดินทางหรือยังครับ   



ขอขอบคุณ “ รุจ ศุภรุจ”
IG @SUPARUJ 
หนังสือ JAPAN BEST DESTINATIONS สุดยอดจุดหมายที่คนรักญี่ปุ่นต้องไป
AMARIN TRAVEL



RELATED ARTIST INTERVIEW
GREENWAVE