GREENWAVE
GREEN JOURNEY
 
ไปญี่ปุ่น ต้นเดือนเมษา ใครๆก็บอกว่าต้องไปดูซากุระ แต่ฝันไปเถอะ

ที่ฉันกำลังจะไปคือ คิวชู เกาะทางใต้น่ะ ดอกไม้มันร่วงไปหมดแล้ว...

ช่วงเวลาสายๆเราบินถึงฟุกุโอกะ อุณหภูมิด้านนอก ประมาณ 11 องศา
แต่เมื่อรถเลี้ยวออกจากสนามบิน

ภาพที่เห็นคือ ฟ้ากว้างๆใสๆ และแนวต้นไม้สีชมพู ยาววววเลียบไปตามข้างถนน ทุกคนในรถกรี๊ดดด ดีใจยิ่งกว่าปลาทองได้อาหารเม็ด

“ซากุระะะะะะะะะะะะะะะะะ” เสียงพวกเราหวีดดดดด

ถ้าจะเริ่มทริปแบบนี้ ก็สุโก้ยแล้ววววว!!
 
 
          เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นซากุระนะเนี่ยยย สวยละมุนจัง มาถึงแล้วสินะ “คิวชู” เกาะ“เก้าแคว้น” ที่ปัจจุบันมี 8 จังหวัด
 
          เริ่มแรก ขอไปสักการะศาลที่ขึ้นชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น คือ ศาลเจ้า “ดาไซฟุ เทนมันกุ” สร้างขึ้นมาเพื่อขุนนางชื่อว่า ซุกะวะระ โนะ มิชิซาเนะ เมื่อคราวท่านมีชีวิตอยู่ พันกว่าปีที่แล้ว ท่านคือขุนนางนักปราชญ์ มากความสามารถ แต่ท่านถูกกลั่นแกล้งจากขุนนางผู้ใหญ่ จนถูกเนรเทศจากเกียวโตมาที่คิวชู  เมื่อท่านเสียชีวิตร่ำลือว่าวิญญาณเฮี้ยนมาก มีหายนะเกิดขึ้นในเกียวโตมากมาย จึงมีการสร้างศาลเจ้า เพื่อขอขมา และยกท่านให้เป็นเทพเท็นจิน เทพแห่งการเรียน และท่านมักแต่งกาพย์กลอนพรรณาความงามของต้นบ๊วย ที่นี่จึงมีสวนต้นบ๊วยอยู่มากมาย ศาลเจ้านี้ ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรให้สอบได้คะแนนดี มีนักเรียนแห่มาขอพร ซื้อยันต์เรียนดี และ ดินสอ 2B ของศาลเจ้า เอาไว้ทำข้อสอบ ถ้ามาที่นี่ช่วงปลายเดือนกุมภา ถึงกลางเดือนมีนา จะได้เห็นดอกบ๊วยบานสะพรั่ง พร้อมกัน 6 พันต้น ซึ่งดอกบ๊วยจะบานก่อนซากุระบาน และถ้ามาให้ถึง ต้องได้กิน ผลิตภัณฑ์บ๊วยทั้งหลายที่ขายรอบศาลเจ้า ทั้ง บ๊วยดอง เหล้าบ๊วย ซอฟท์ครีมรสบ๊วย และขนมสัญลักษณ์ที่นี่ คือ “โมจิถั่วแดงใส่บ๊วย” โมจิร้อนๆปิ้งใหม่ๆ หากินได้ที่นี่เท่านั้นน้าาาา
 

          วาร์ปมาต่อที่ Aso Farmland  ที่พักในคืนแรก รีสอร์ทในอ้อมกอดของภูเขาไฟ  เชื่อหรือไม่ ที่พักเราอยู่ในปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีชีวิตอยู่ 555 เสียวอ่ะ แต่ทำให้ที่นี่มีน้ำแร่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่สดชื่นที่สุด ที่นี่บริการอาหารบุฟเฟต์ เน้นอาหารสุขภาพที่อร่อย มีให้เลือกเยอะมากๆ แต่ไฮไลท์ของที่นี่จริงๆคือ ออนเซนบ่อน้ำแร่สีแดง!

เมื่อตกกลางคืน ที่นี่ประมาณ 8 องศา เหมาะกับการแช่น้ำร้อนที่สุดละ มันช่วย ผ่อนคลาย ทำให้หลับสบาย ลดอาการตัวตึงและพอไปถึงบ่อออนเซน ว้าวว สถานที่กว้างขวาง สะอาด โล่งสบาย มีหลายบ่อให้เลือกลง แช่ไปสักพัก เห็นคนเดินผลักประตู เดินเปลือยออกไปข้างนอก ก็แปลกใจ อ่อ มีบ่อกลางแจ้งด้านนอก ก็เดินตามไปสำรวจ พอผลักประตูออกไปเท่านั้นแหละ..

จ๊ากกกกกกกกก

โคตรหนาว!!!!!!! 

ลมยะเยือกที่พัดแรงด้านนอก ทำให้ต้องวิ่ง…. วิ่งไปลงบ่อน้ำร้อนด้านนอก โดดลงบ่อ แบบไม่คิดชีวิต

ตูมมมมม!!!!

จ๊ากกกกกกกกก

โคตรร้อนน!!!!

บ่อน้ำแร่คือ เค้าต้องค่อยๆแช่เท้า ขา ลงนั่ง แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลง อีนี่บ้านนอก โดดลงไปเลยจ้า ก็เป็นฟีลหมูเด้งน้ำเดือดนะ แต่พอได้ที่สักพัก เริ่มปรับตัวได้ เชื่อมั้ย การนอนแช่น้ำร้อนที่ในอากาศหนาว นอนดูดาวบนฟ้า มันคือสบายที่สุดเลย

ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า เฮ้ย แก้ผ้าเดินโล่งโจ้งกลางแจ้งเลยหรอ ตอบว่า ใช่จ้ะ คือตอนแรกว่าอินดอร์กว้างแล้ว เจอเอาท์ดอร์งงไปเลยจ้ะ ในส่วนด้านนอก เป็นลานกว้างน่าจะประมาณครึ่งสนามบอลได้มั้ง มีแค่กำแพงกั้นโซนชาย-หญิง แต่ที่เหลือ เปิดโล่ง ชมวิวธรรมชาติ เราอยู่บนยอดเขา แต่ตอนกลางคืนมองไม่เห็นวิวไรนะ มืดตึ๊บ ลมพัดแรงๆอยู่ มีทางเดินไปบ่อน้ำแร่ต่างๆ และมีกระท่อมหลายๆหลัง กระจายไปบนลานกว้าง  กระท่อมหลังนี้อบไอน้ำ หลังนี้บ่อไฟฟ้า หลังโน้นห้องพักนอน หลังโน่นอบลมอุ่น คนญี่ปุ่นมักจะมาเป็นครอบครัว หรือ เป็นแก๊งเพื่อน เพราะเค้าถือเป็นการใช้เวลาคุณภาพกับคนสนิท คุยกันสัพเพเหระ  เอาหละ คืนนี้พอละ รีบกลับห้องพักไปนอน เพราะมีไฮไลท์ที่พีคยิ่งกว่า
คือ มาดูวิวพระอาทิตย์ขึ้น ณ บ่อน้ำร้อนนี้ น่าจะสวยมากๆเลย
 

เช้าวันถัดมา เด้งตัวลุกจากเตียง อากาศหนาวเข็ดฟัน แต่เงียบสงบมาก ฝืนใจออกจากที่พัก วิ่งห่อตัวด้วยผ้าหลายชั้นฝ่าลมหนาว นอกจากเสียงเท้าของเราที่วิ่งเร็วๆ ก้ได้ยินแค่เสียงลม กับ นกร้อง แสงแดดยามเช้าสีส้ม กำลังค่อยๆขึ้นพ้นจากหลังเขาสาดมา ขาแข็ง แต่ต้องพาตัวเองไปบ่อออนเซ็น เพื่อชมวิวที่นั่นให้ได้

แล้วก็สวยสมใจ...ณ ลานออนเซ็นกลางแจ้ง วิว 360 องศา มีแต่ฟ้า พระอาทิตย์สีส้ม และแนวภูเขาห้อมล้อม สุโก้ยยย พาตัวเองไปจบที่ บ่อออนเซ็นบ่อนึง เป็น บ่อน้ำตื้นแค่ระดับครึ่งแข้ง คือ ถ้านอนหงาย น้ำร้อนจะอุ้มเราได้ทั้งตัว หัวจรดเท้า โดยที่หน้าไม่จมน้ำ วิวที่เห็น
มีแต่ฟ้า และ เมฆสวยๆ ทีลอยผ่านไป เรานอนแช่สงบ ศพสีชมพูยู่ตรงนั้น เงียบๆ คนเดียว มีความสุขจังเลย

….

ก่อนออกจากจังหวัดคุมาโมโต้ ขอแวะข้างทาง ไม่ว่าร้านขายของไหน ก็มีตุ๊กตาหมีดำ “คุมะมง” มาสคอตประจำจังหวัด มาทุกรูปแบบ ทั้งของที่ระลึก กระเป๋า หมวก กระติกน้ำ หมีดำบนห่อขนม บะหมี่ แยม สารพัด คนญี่ปุ่น เค้าคิดมาแล้วจริงๆ น่ารักน่าซื้อไปซะหมดเลย
ถึงเวลาขึ้นรถ ดูซากุระข้างทางไปเพลินๆก่อน... สถานีต่อไป “ยุฟุอิน”
ยุฟุอิน เป็นเมืองเล็กๆ ใกล้ภูเขายุฟุ ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำแร่ ใครจะมาพักค้างคืน หรือหลายโรงแรมก็มีบริการให้แขกแช่น้ำแร่ แบบไม่ต้องค้างคืน  เมืองนี้เต็มไปด้วยร้านขายงานฝีมือ ร้านศิลปะเล็กๆ ของน่ารัก ร้านอาหาร ร้านขนมดังๆ คาเฟ่เก๋ๆ เต็มไปหมดเลย บรรยากาศดี วิวสวย เมืองนี้มีทะเลสาปคิรินโกะเล็กๆอยู่กลางเมือง ใสจนเห็นปลาคาร์พว่ายไปมา ถ้าจะแค่ชิล อยู่ได้ทั้งวัน แต่ถ้าอยากค้างก็เป็นอีกเมืองที่สโลว์ไลฟ์มากๆ และสำหรับคอเพลงแจ๊ซ ที่นี่มีเทศกาลเพลงแจ๊ซด้วยนาจา

เดินทางต่อไปอีก 10 กม. เราก็มาถึง เมืองเจ้าพ่อน้ำพุร้อน ริมทะเล “เบปปุ” สังเกตไม่ยาก พอเราเริ่มเข้าเขตเมืองเบปปุ จะละลานตากับไอน้ำร้อน พวยพุ่ง เต็มท้องฟ้า ออกจากปล่องอาคารบ้านเรือนต่างๆเต็มไปหมด แทบทุกโรงแรม และที่พัก มีออนเซ็นเป็นของตัวเอง หลายๆที่จับมือกันรวมกลุ่มเป็นชุมชน มีแพคเกจให้แขกเดินเที่ยว เปลี่ยนบรรยากาศ แช่ออนเซ็น ไปตามเรียวกังต่างๆในเครือเดียวกันได้ด้วยนะ

ก่อนเข้าที่พัก แวะดูบ่อน้ำพุร้อนแบบต่างๆซะหน่อย  ทั้งสีแดงเดือดทั้งบ่อ (น่ากลัว) เพราะธาตุเหล็กน่ะ บางบ่อสีฟ้าคราม งามเพราะอลูมีเนียม และที่ห้ามพลาดคือ ถ้ามาถึงที่นี่ต้องกินอาหารจากนรก!!! หร๊าาาาาา…….
 

คือเค้าเปรียบเทียบว่าน้ำพุร้อน เหมือนผุดขึ้นมาจากนรกเบื้องล่างไรงิ ก็จะเห็นสัญลักษณ์ยักษ์จากนรก (จิโกกึ)ในเมืองนี้เพียบ แต่เอายักษ์ไปทำเป็นตุ๊กตามุ้งมิ้งเชียวเหอะ ...อ่ะ อาหารจากนรกที่ว่าก็คือ เอาไอน้ำแร่ ไปนึ่งอาหารจนสุก หรือ เอาน้ำแร่ไปเป็นส่วนผสม ของอาหาร และที่นิยมกันมากๆคือ จิโกกึพุริน คัสตาร์ดไข่นมฉ่ำหวาน อันเลื่องชื่อ กินหลังขึ้นจากออนเซ็น ฟินนนนนนน

เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนอำลา เบปปุ เราใส่ยูกาตะวิ่งลงไปถ่ายรูปหน้าโรงแรม ก็ไม่อะไรมาก แค่ถนนทั้งแถบเป็นต้นซากุระ ยาวเลียบคลอง มีแดดอ่อน ลำธารไหลเอื่อยๆ กลิ่นหอมซากุระบางๆ ในอากาศเย็นสบาย วิวภูเขาสวยๆอยู่เป็นแบคกราวนด์
ฮือ…. อยากอยู่ถ่ายรูปต่อทั้งวันเลยย
ปิดท้ายทริปที่เมืองฟุกุโอกะ เมืองใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู เมืองนี้คนญี่ปุ่นโหวดว่าน่าอยู่ที่สุดในประเทศ เมืองนึง เพราะมีครบ ทั้งความเจริญแบบเมือง ใกล้ธรรมชาติ หนาวน้อยกว่าตอนบนของประเทศ มีขนาดเมืองที่กำลังดี สำหรับนักท่องเที่ยวก็เที่ยวง่าย เมืองไม่ใหญ่เกินไป ที่ช็อปปิ้งครบ มีย่านฮิปๆ อย่างเทนจิน คล้ายๆสยามสแควร์บ้านเรา คาเฟ่เก๋ๆบาร์ ย่านไดเมียว ที่เดินเล่นถ่ายรูป
เพลินเชียว  ค่ำๆนั่งกินร้านอาหารริมถนน (ยาไต) ที่เรียงกันริมคลองเป็นแถบบ หื้มม เหมือนคนท้องถิ่นที่สุด

สุโก้ยทริปคราวนี้ บ้ายบายก่อน ไว้รอบหน้ามาใหม่ โลกนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ  มาท่องโลกกว้างไปด้วยกันกับ GreenWave เราพาแฟนรายการไปเที่ยวรอบโลกแล้วกว่า 300 ทริป เลยเน้อ  :-) สุโก้ยยยยยยยยย
RELATED GREEN JOURNEY
GREENWAVE